คริสเตียโน โรนัลโด้จากฮีโร่ เกือบเป็น ซีโร่

ฤดูกาล  2007/2008  หากถามถึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกชั่วโมงนั้น ต้องเป็นเบอร์  7  แห่งค่ายโอลแทรฟฟอร์ด คริสเตียโน โรนัลโด้ แบบไม่ต้องสืบ  ฤดูกาลนั้น คริสเตียโน โรนัลโด้ ลงสนาม  49  นัด รวมทุกรายการ อยู่ในสนาม  4154  นาที  ยิงได้  42  ประตู และจ่ายอีก  8  แอสซิสต์ แบ่งเป็นการลงสนามในพรีเมียร์ลีก  34  นัด  มีเวลาอยู่ในสนาม  2747  นาที ยิงไป  31  ประตู และจ่ายอีก  7  แอสซิสต์  แมนฯยู จบฤดูกาลนั้นด้วยการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยพวกเขามีแต้มเหนือเชลซี  2  คะแนน

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น  เขาข้ามฝั่งมาที่ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ฤดูกาล  2007/2008  โรนัลโด้ ลงสนาม  11  นัด มีเวลาอยู่ในสนาม  1017  นาที ยิงได้  8  ประตู จ่าย  1  แอสซิสต์  พาแมนฯยูผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับเชลซี

นัดนั้นเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดทัพในระบบ  4-4-2  ที่เขาถนัดที่สุด  มีเอ็ดวิน ฟานเดอซาร์ เป็นผู้รักษาประตูมือ  1  กองหลัง  4  คน มี ปาทริช เอฟรา , ริโอ เฟอร์ดินาน , เนมานย่า วิดิช และ เวส บราวน์  กองกลาง  4  คน มี พอล สโคลย์  , ไม่เคิล คาร์ริก , คริสเตียโน โรนัลโด้ และโอเว่น ฮากรีฟส์  ส่วนคู่ศูนย์หน้าให้ เวย์น รูนีย์ จับคู่กับ คาลอส เตเวซ

เกมดำเนินมาจนถึงนาทีที่  26  เหมือนมีคนเขียนสคริปต์เอาไว้ เมื่อคริสเตียโน โรนัลโด้  นักเตะที่เก่งที่สุดของโลกในช่วงโมงนั้น ยิงประตูให้แมนฯยูออกนำ  1-0   สปอร์ตไลท์ทุกดวงฉายมาที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ นี่แหละเจ้าของบัลลงดอร์ คนถัดไปพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยูฟ่าแชมป์เปียนลีก แถมยังยิงประตูได้ด้วย

อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนั้น ยัง … ยังไม่จบ ว่าแล้ว แฟรงค์ แลมพาร์ท ของเชลซีก็มาซัดประตูตีเสมอให้เชลซี ในนาทีที่  45  และจบเกม  90  นาทีที่สกอร์นั้นทั้ง  2  ทีมสู้กันอีก  30  นาที สกอร์ก็ยังเท่าเดิม  1-1  ต้องมาตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ

2  คนแรกของแมนฯยู คาลอส เตเวซ กับไมเคิล คาร์ริก ยิงไม่พลาดทั้ง  2  คน  ขณะที่มิชาเอล บัลลัค กับ จูเลียโน เบลเลตติ ของเชลซีก็ไม่พลาดเช่นกัน  คนที่  3  ของแมนฯยู คือ คริสเตียโน โรนัลโด้ เขายิงไปติดเซฟของ ปีเตอร์ เช็ค  ความได้เปรียบตกไปอยู่ที่เชลซี และเมื่อแฟรง แลมพาร์ท ยิงเข้า ส่งให้เชลซีออกนำในการดวลจุดโทษ  3-2  โรนัลโด้ กำลังจะกลายเป็นแพะของทีม

การดวลจุดโทษดำเนินมาถึงคนสุดท้ายของทั้ง  2  ทีม นานี่ยิงก่อน และไม่พลาดสกอร์ตอนนี้ เท่ากันที่  4-4  หากแต่เชลซีเหลือยิงอีก  1  คน และถ้ายิงเข้าพวกเขาจะได้แชมป์ จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมของเชลซี รับหน้าที่ยิงในลูกนั้น เทอร์นี่บรรจงยิงด้วยเท้าขวาข้างถนัด บอลออกจากเท้าไปทางขวา พร้อมกับที่ฟานเดอซาร์พุ่งไปทางซ้าย แค่เสี้ยววินาทีแฟนเชลซีเตรียมเฮดังๆ และเพียงเสี้ยววินาที กับเป็นแฟนแมนฯยูที่ต้องเฮดังกว่าเมื่อลูกยิงของเทอร์รี่ ดันไปชนเสา สกอร์กลับมาเท่ากัน  4-4  ต้องยิงแบบซัดเดนเดด ทีมไหนพลาดคือจบเลย แอนเดอร์สันจัดการซัดเข้ากลางประตูส่งแมนฯยูกุมความได้เปรียบ  ก่อนที่โซโลม่อน คาลู จะมาซัดตีเสมอให้กับเชลซี ต้องวัดกันที่คนถัดไป

ไรอัน กิ๊กส์  ลงมายิงให้แมนฯยู กุมความได้เปรียบอีกเป็นครั้งที่  2  เป็นแมตย์พ้อยส์  และแชมป์เปียนชิพพ้อยส์ คนถัดมาของเชลซี นิโคล่า อเนลก้า ลงมายิงพร้อมความกดดันอันหนักอึ้ง และอเนลก้าก็ยิงไปติดเซฟของฟารเดอซาร์ ส่งให้แมนฯยู เป็นฝ่ายเอาชนะไป  6-5  คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ครั้งนั้นมาครองได้สำเร็จ 

และคริสเตียโน โรนัลโด้ ก็ยังเป็นฮีโร่ ของเขาต่อไป….ซีโร่ก็ได้แค่เกือบเป็น