ผลงานชิ้นเอก เดวิด มอยส์ แพ้สวอนซี คาบ้านครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เดวิด มอยส์ กุนซือผู้ถูกเลือก เข้ามาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล  2013/2014ภายหลังจากการวางมือของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เดวิด มอยส์ คุมทีมนัดแรกเล่นเอาบรรดาสาวก “ ปีศาจแดง ” ต่างตีอกชกตัวแล้วคิดในใจว่า  “ นี่แหละผู้ถูกเลือกตัวจริง ”  เพราะเดวิด มอยส์ พาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถล่มสวอนซีในนัดเปิดตัวพรีเมียร์ลีกไปถึง  4-1  นั่งจ่าฝูงหล่อๆ ในนัดแรกของฤดูกาล

แต่นั่น มันเป็นเพียง โปรโมชั่น ที่มาพร้อมกับ อดีตกุนซือของเอฟเวอร์ตันเท่านั้น  หลังจากนั้น ทีมไม่เคยเสนอหน้าขึ้นมาติด  1-4  ของตารางพรีเมียร์ลีกได้เลยแม้แต่นัดเดียวจนสุดท้ายพวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับที่  7

กลับมาสู่ผลงานห่วยแตกชิ้นแรกของ เดวิด มอยส์กันบ้าง ย้อนไปวันที่  5  มกราคม ปี  2014 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ สวอนซี ในเอฟเอคัพ รอบที่  3  สวอนซี ซึ่งเป็นทีมเดียวกันกับที่แมนฯยูไนเต็ด ถล่มเละไป  4-1  เมื่อต้นฤดูกาล

เดวิด มอยส์ ส่งอันเดรส ลินเดอร์กาด ลงเป็นผู้รักษาประตูมือ 1  ของทีม  ให้ริโอ เฟอรฺดินาน ,คริส สมอลลิ่ง , บุชเนอร์ และจอนนี่ อีแวนส์ ลงเป็นแผงแบ็คโฟร์  วางทอม เคลฟเวอร์รี่ , ดาเรน เฟลชเชอร์ , ชินจิ คากาวะ และ อันโตนิโอ บาเลนเซีย ปั้นเกมในแดนกลาง ส่วนแดนหน้าเป็นหน้าที่ของมหาเทพ แดนนี่ เวลเบ็ค กับ ฮาเวีย ชิชาริโต้

เกมผ่านไปแค่  12  นาที เวย์น เราท์เรจ ซัดประตูให้สวอนซี ซิตี้ เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 1-0 จากนั้นผ่านไปแค่  4 นาที ฮาเวีย ชิชาริโต้ ดาวยิงเม็กซิโก ก็มาซัดประตูตีเสมอให้ทีมเป็น  1-1 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นั้น ครึ่งหลังก็ไม่มีอะไรมากมาย เป็นทางสวอนซี ที่ครองบอล

และมีโอกาสได้ยิงมากกว่าด้วยซ้ำ  แถมฟาบิโอ ดาซิลวา ก็มาโดนไล่ออกในนาทีที่  76

จากการไปกระโดดเสียบ  2  เท้าใส่ผู้เล่นสวอนซี แบบไม่โดนบอลแม้แต่มิลเดียว

เกมนั้นทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ  1-1   แล้วไปเตะรีเพลย์นัดที่  2 ในบ้านของสวอนซี  แต่แล้ว เวย์น เราท์เรจ ก็มาเป็นตัวแสบของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ในเกมนี้อีกครั้ง  เขาครองบอลอยู่ข้างกรอบเขตโทษ ทางด้านซ้ายก่อนจะหาจังหวะพาหนี เฟลชเชอร์  แล้วเปิดมาให้ วิลเฟรด โบนี่ โหม่งเต็มๆที่หน้ากรอบ  6  หลา บอลพุ่งเสียบใต้คาน  แบบที่ลินเดอการ์ด ทำได้แค่ป้องกันด้วยสายตา และเป็นประตูชัยของสวอนซีไปเลย  เขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จอดป้ายแค่รอบนั้นและนั่นเป็นการแพ้ สวนอนซี คาโอลแทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ของสโมสร