ริวัลโด้ วิคเตอร์ บาโบซ่า เฟอร์ไรร่า หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม ริวัลโด้ โคตรมิดฟิลด์ในตำนานของทีมชาติบราซิล และสโมสรบาเซโลน่า

ริวัลโด้  เกิดเมื่อวันที่  19  เมษายน  1972

เริ่มต้นเล่นฟุตบอลครั้งแรก ในวัย  18  ปี กับสโมสรซานตาครูซ  ในบราซิลหลังจากนั้นอีก  3  ปีให้หลังในปี  1994  ฟอร์มของริวัลโด้  ไปเตะตาทีมใหญ่ของประเทศอย่างพัลไมรัส ก่อนที่จะถูกคว้าตัวไปร่วมทีมในที่สุด

ริวัลโด้เล่นอยู่กับพัลไมรัสเป็นเวลาประมาณ  3  ปี เมื่อถึงปี  1996  สโมสรดังจากลาลีก้า สเปนอย่างเดปอติโว ลาคอรุญญ่า จัดการคว้าลายเซ็นของริวัลโด้ พาข้ามน้ำข้ามทะเลมาค้าแข้งในยุโรปเป็นครั้งแรก

และริวัลโด้ก็ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง ในฤดูกาลแรกเขาจัดการซัด  22  ประตู  จากทั้งหมด  46  นัดรวมทุกรายการ โดยเป็นการยิงในลาลีก้า  21  ประตู  พาลาคอรุญญ่าคว้าอันดับที่  3 ไปครอง  และจาก  21  ประตูทำให้เขาคว้าอันดับ  4

ในอันดับดาวซัลโว เป็นรองเพียงแค่ โรนัลโด้  34  ประตู อัลฟรอนโซ่  25  ประตูและดาวอร์ ซูเคอร์  24  ประตู  ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงเพียงปีแรกที่มาเล่นในลาลีก้า ยอดทีมอย่างบาเซโลน่าก็ไม่รอช้าที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมในฤดูกาล  1997/1998  ทันที

ริวัลโด้กลายเป็นตัวหลักของบาเซโลน่าในทันที   เขาซัดคนเดียว  19  ประตูในลาลีก้าและ  28  ประตูรวมทุกรายการ พาบาเซโลน่าได้แชมป์ลาลีก้า และแชมป์โคป้า เดเรย์กลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์ของสเปนทันที

ฟอร์มของริวัลโด้ ยังดีอย่างต่อเนื่องเขาเป็น  1  ใน  23  ขุนพลทีมชาติบราซิล  ชุดลุยฟุตบอลโลกปี  1998  ที่ประเทศฝรั่งเศส  ริวัลโด้พาทีมชาติบราซิลไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนพ่ายฝรั่งเศสไปอย่างเจ็บปวด  0-3  ได้แค่รองแชมป์ก่อนจะมาคว้าแชมป์โลกได้ในอีก  4  ปีถัดมา  ในฟุตบอลโลกฉบับเอเชียที่ญี่ปุ่นกับ เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ด้วยการเอาชนะเยอรมัน  2-0  และฟุตบอลโลกครั้งนั้น ยังให้กำเนิดแนวรุก  3 R ในตำนาน  RonalDo , Ronaldinho ,  Rivaldo  ที่ถือเป็น  3  แนวรุกที่ดีที่สุดในโลก ณ เวลานั้น

กลับมาที่การค้าแข้งในระดับสโมสร ริวัลโด้อยู่กับบาเซโลน่า  5  ปี  ลงเล่น  235  นัด ยิงไปทั้งหมด  130  ประตู แต่ด้วยฟอร์มหลังๆที่ไม่ค่อยดีเลยถูกขายต่อให้กับเอซี มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่ของเวที กัลโช่ ซีเรียอาในฤดูกาล  2002/2003  ที่เอซี มิลาน  ในฤดูกาลแรก แม้ไม่ประสบความสำเร็จในกัลโช่ ซีเรียอา  แต่ก็ได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก  2002/2003  มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ริวัลโด้อยู่กับมิลานได้เพียง  1  ฤดูกาล ชีพจรก็ต้องเดินทางอีกครั้ง โดยย้ายไปเล่นกับครูไซโร่ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับโอลิมเปียกอส , เออีเค เอเธนท์

บุนยอร์ดกอร์ , เซาเปาโล , เซาเซียตาโน่ และ โมกิ ไมริม ในลีกรองของบราซิลเป็นสโมสรสุดท้าย  และตัดสินใจเลิกเล่นในปี  2015